แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์(3)

การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย(Protection of Patient Privacy)

1.) หลักการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย(Protecting Information Security and Non-Disclosure of Patient Information)
2.) หลักการให้ความยินยอมโดยได้รับการบอกกล่าว (Informed Consent)

ที่มา : ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องแนวทางการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559 หมวด  5

การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม(Integrity)

1.) หลักการไม่โฆษณา(Non-Advertising)
2.) หลักการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน (Full Disclosure)
3.) หลักการระบุวิชาชีพและความรู้ความชำนาญของตน (Self – Identification)
4.) หลักการหลีกเลี่ยงการสำคัญผิดว่าเป็นผู้แทนองค์กร(Avoiding Misrepresentation)
5.) หลัก “เช็คก่อนแชร์” (Fact Checking before Sharing)

ที่มา : ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องแนวทางการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559 หมวด  6

การให้คำปรึกษาออนไลน์(Online Consultation)  

1.) หลักการปฏิบัติด้วยความระมัดระวังในการให้คำปรึกษาออนไลน์ (Cautious Practice for Online Consultation)
2.) หลักการบันทึกการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพ(Documentation of Professional Communications)

ที่มา : ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องแนวทางการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559 หมวด  7

รายละเอียดทั้งหมด  http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/088/12.PDF

 

แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์(2)

หลักจริยธรรมทั่วไปของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์

1.) หลักการป้องกันอันตรายต่อผู้อื่น(Protection from Harms)
2.) หลักการมุ่งประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ(Beneficence)

ที่มา : ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องแนวทางการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559  หมวด  3

ความเป็นวิชาชีพ(Professionalism)

1.) หลักการรักษาความเป็นวิชาชีพตลอดเวลา(Maintaining Professionalism)
2.) หลัก “คิดก่อนโพสต์” (Pausing Before Posting)
3.) หลักการมีพฤติกรรมออนไลน์อย่างเหมาะสม (Appropriate Behaviors Online)
4.) หลักการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอย่างเหมาะสมและแยกเรื่องส่วนตัวกับวิชาชีพ(Privacy Setting and Separating Personal and Professional Information)
5.) หลักการตรวจสอบเนื้อหาออนไลน์ของตนอยู่เสมอ (Periodic Self-Auditing)
6.) หลักการกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพกับผู้ป่วย(Professional Boundaries with Patients)
7.) หลักการกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพกับผู้อื่น(Professional Boundaries with Others)
ที่มา : ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องแนวทางการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559  หมวด  4

หลักทั่วไปของผู้ปฏิบัติงานสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์

ให้ยึดหลักปฏิบัติ  ดังต่อไปนี้
1.) หลักการเคารพกฎหมาย (Respect for the Law)
2.) หลักการเคารพในจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (Respect for Professional Ethics)
3.) หลักการเคารพในกฎระเบียบและนโยบายขององค์กร(Respect for Institutional Policy)
4.) หลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการหลีกเลี่ยงการทำให้ผู้อื่นเสียหาย(Respecting Human Dignity and Avoiding Defamation and Cyber-bullying)
5.) หลักการรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์(Report of Misconduct)
6.) หลักเสรีภาพทางวิชาการ(Academic Freedom)

ที่มา : ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องแนวทางการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559  หมวด 2

แนวทางปฏิบัติการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ มีมติการประชุมครั้งที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 ประกาศแนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559 โดยมีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2559

สรุปสาระสำคัญ แนวทางปฏิบัติการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ. 2559 พอสังเขป ดังนี้
ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ” หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ผู้ให้บริการทางสุขภาพและบุคลากรอื่นที่ทำงานในระบบสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานทางคลินิกหรืองานด้านสาธารณสุขทั้งเชิงรับและเชิงรุก ตลอดจนผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศสุขภาพหรือการสื่อสารสุขภาพ และนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ”  หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และหมายความรวมถึงผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนด้วย
สื่อสังคมออนไลน์” หมายความว่า สื่อหรือช่องทางในการติดต่อสื่อสารหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคคลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เน้นการสร้างและเผยแพร่เนื้อหาระหว่างผู้ใช้งานด้วยกัน หรือสนับสนุนการสื่อสารสองทาง หรือการนำเสนอและเผยแพร่เนื้อหาในวงกว้างได้ด้วยตนเอง หรือเรียกว่า “social media” หรือ “social network” รวมถึงสื่อ
ดังต่อไปนี้
1.) Web board หรือ online forums
2.) เครือข่ายสังคมออนไลน์(social networking services) เช่น facebook, Google+,Myspace,LINE,Skype
3.) สื่อสำหรับเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเนื้อหาที่เป็นภาพนิ่ง เสียง วีดีทัศน์ หรือแฟ้มข้อมูล หรือให้บริการเนื้อที่เก็บข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เช่น YouTube, Instagram, Dropbox, Google drive, Onedrive
4.) Blog เช่น WordPress, Blogger, Twitter
5.) เว็บไซต์สำหรับการสร้างและแก้ไขเนื้อหาร่วมกัน เช่น Wikipedia
6.) เกมออนไลน์หรือโลกเสมือนที่มีผู้ใช้งานหลายคน
7.) สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อออนไลน์อื่นในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันที่เปิดให้ใช้งานเพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่มบุคคล หรือกับสาธารณะ

ที่มา : ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องแนวทางการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559  หมวด 1 บททั่วไป